WWF ตั้งเป้า ประชากรเสือเพิ่มขึ้น 2 เท่า ในปี พ.ศ. 2565

จากการศึกษาวิจัยของนักอนุรักษ์เสือโคร่งจากทั่วโลก พบว่า ปัจจุบันมีประชากรเสือโคร่งที่อาศัยอยู่ในป่าธรรมชาติ เหลือเพียง 3,200 ตัว จึงน่าเป็นห่วงว่า หากไม่มีการดำเนินการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ไม่แน่ว่าเสือโคร่ง 6 สายพันธุ์ที่เหลืออยู่คงสูญพันธุ์ไปเช่นเดียวกับ เสือโคร่งอีก 3 ชนิด (เสือโคร่งชวา เสือโคร่งแคสเปียน และเสือโคร่งบาหลี) เสือโคร่งจัดเป็นสัตว์ตระกูลแมวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นผู้ล่าที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร เป็นสัตว์ที่เกี่ยวโยงกับคติความเชื่อของผู้คนหลายๆ ประเทศ ทั้งสายพันธุ์ที่มีความสง่างาม พบว่ามีเสือโคร่งกระจายตั้งแต่เอเซียใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เอเซียตะวันออก
ไปจึงแถบไซบีเรีย ในประเทศ บังคลาเทศ ภูฏาน กัมพูชาจีน อินเดีย อินโดนีเซีย ลาว พม่า มาเลเซีย เนปาล เกาหลีเหนือ รัซเซีย เวียดนาม และประเทศไทย ปัจจุบันมีเสือโคร่งหลงเหลืออยู่เพียง 6 สายพันธุ์ ได้แก่ เสือโคร่งอินโดจีน เสือโคร่งเบงกอล เสือโคร่งไซบีเรีย เสือโคร่งสุมาตรา เสือโคร่งจีนใต้ และเสือโคร่งมาเลเซีย ประชากรเสือโคร่งในปัจจุบัน คิดเป็นเพียงแค่ร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับประชากรที่พบในอดีต และพื้นที่ป่าซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของเสือโคร่งเหลือเพียงร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับพื้นที่ป่าเมื่อ 10 ปี ที่ผ่านมา ประชากรของเสือโคร่งน้อยลงจากเดิมถึงร้อยละ 95 ตั้งแต่ต้นศตวรรษ 20 จากประชากรกว่า 100,000 ตัว ปัจจุบันเหลือเสือโคร่งในป่าธรรมชาติเพียงแค่ 3,200 ตัวเท่านั้นและสำหรับประเทศไทยแม้ว่าจะจัดได้ว่ามีประชากรเสือโคร่งอินโดจีนมากที่สุดในภูมิภาค
เอเซียแต่ก็เหลืออยู่เพียง 300 ตัวเท่านั้นปัญหาสำคัญที่ทำให้ประชากรเสือโคร่งทุกสายพันธุ์ลดลงอย่างรวดเร็ว
เกิดขึ้นจากสาเหตุหลัก 2 ประการ คือ
1)การล่าเสือ ซึ่งประกอบไปด้วย การค้าขายชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆของเสือ และปัญหาการล่าเสือที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างคนและเสือซึ่งเกิดขึ้นในบางประเทศ
2) ป่าที่เป็นบ้านของเสือโคร่งถูกบุกรุก ทำลาย และทำให้กลายเป็นพื้นป่าขนาดเล็กเกินไปกว่าที่รองรับประชากรเสือโคร่งให้อยู่ในสถานภาพที่ไม่เ
สี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากสถานการณ์ปัญหาดังกล่าว WWF .จึงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้เป็นอย่างมาก
โดยมีการดำเนินโครงการอนุรักษ์เสือโคร่งมาอย่างต่อเนื่อง“เรามีเป้าหมายว่าอยากจะเพิ่มประชากร
เสือโคร่งให้ได้ 2 เท่าจากประชากรที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือคิดง่ายๆก็คือเสือโคร่งไม่น้อยกว่า 6,000 ตัวภายในปีพ.ศ. 2565 และ WWF เองก็มีพื้นที่เป้าหมายในการอนุรักษ์เสือโคร่งทุกสายพันธุ์กระจายอยู่ 4 แห่งทั่วโลกซึ่งก็เป็นการยืนยันว่าเราเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากนายตรีรัชภูคชสารศีล ผู้อำนวยการฝ่ายงานอนุรักษ์ WWF ประเทศไทย กล่าว
พื้นที่สำคัญในการอนุรักษ์เสือโคร่งของ WWF
Amur-Heilong ในประเทศรัสเซีย : เสือโคร่งไซบีเรียน จัดเป็นเสือโคร่งที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง จากในอดีตที่ประชากรเสือโคร่งเหลือเพียง 40 ตัว แต่ความร่วมมือในการอนุรักษ์ ทำให้ในปัจจุบันจำนวนเสือโคร่งไซบีเรียน เพิ่มเป็น 400 ตัว ปัจจุบัน WWF ดำเนินโครงการอนุรักษ์เสือโคร่งชนิดนี้ โดยเน้นไปที่การอนุรักษ์พื้นที่ป่าซึ่งเป็นบ้านของมัน โดยทำงานรวมกับ ชุมชน ภาครัฐ และองค์กรต่างๆ นอกจากนี้ WWF เน้นหนักเรื่องการปลูกสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์เสือ ผ่านการอบรมให้ความรู้แก่ นักเรียน และครู นอกจากนี้ WWF ยังร่วมกับองค์กรพันธมิตรในรัสเซีย จัดตั้งพื้นที่อนุรักษ์ขึ้นอีกหลายแหล่ง เพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวได้รับการคุ้มครอง และกลายเป็นบ้านที่ปลอดภัยของเสือโคร่ง รวมไปถึงการจัดทำพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นป่า 2 แห่ง และต่อต้านการค้าสัตว์ป่าด้วย
บอร์เนียว สุมาตรา: เสือโคร่งสุมาตรา เป็นเสืออีกชนิดหนึ่งที่มีจำนวนน้อยมาก WWF ได้เข้าไปทำงานอนุรักษ์เสือชนิดนี้ บนเกาะสุมาตรา เป็นเวลาหลายปี งานที่จัดได้ว่าเป็นความสำเร็จในการอนุรักษ์เสือโคร่งสายพันธุ์นี้ก็คือ WWF ได้ร่วมกับกลุ่มองค์กรพันธมิตรต่างๆ ในการชักจูงให้รัฐบาลอินโดนีเซีย ประกาศจัดตั้งพื้นที่ เทสโสนิโล ป่าฝนเขตร้อนบนเกาะสุมาตรา ให้ได้รับการคุ้มครองตามกฏหมายในฐานะพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าเขตร้อนที่ราบต่ำที่สำคัญมากและยังเป็นบ้านของเสือโคร่งสุมาตรา ซึ่งในอดีตพื้นที่ดังกล่าวถูกบุกรุกทำลายอย่างมาก เพื่อให้พื้นที่สำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ Bukit Barisan Selatan ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ WWF ประสานความร่วมมือกับชุมชนในการออกลาดตระเวน เพื่อป้องกันการล่าเสือ รวมไปถึง การทำงานรวมกับ American Red Cross ได้ฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ภายหลัง
ประสบภัยคลื่นยักษ์ซึนามิ ด้วยหวังว่า ถ้าชุมชนได้รับความช่วยเหลือ และคุณภาพชีวิตดีขึ้น ก็จะลดปัญหากบุกรุกทำลายป่าได้
เทือกเขาหิมาลัยฝั่งตะวันออก: เสือโคร่งเบงกอล WWF ทำงานอนุรักษ์เสือโคร่งเบงกอลอย่างเข้มข้น รวมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการต่อต้านการล่าเสือ และการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย จัดทำพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นป่า เพื่อให้พื้นป่าทั้งสองแห่งมีความต่อเนื่องและกลายเป็นพื้นป่าขนาดใหญ่ เพื่อรองรับประชากรเสือโคร่งที่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ต่างๆ รวมไปถึงการฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายและร่วมแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับเสือ ความสำเร็จของ WWF ในการอนุรักษ์เสือโคร่งสายพันธุ์นี้ก็คือ การทำพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นป่า(corridors) ในบริเวณ Terai Arc ซึ่งอยู่บริเวณแนวชายแดนของประเทศเนปาล และอินเดีย รวมไปถึงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนในด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการดำรงชีวิต รวมไปถึงลดการบุกรุกทำลายป่า
ด้วย ปัจจุบัน เริ่มมีเสือโคร่ง และช้างเข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ Corridor แล้วป่าในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ลาว กัมพูชา เวียดนาม และประเทศไทย: .ในปี พ.ศ. 2548 WWF ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดตั้ง พื้นที่อนุรักษ์ขี้นทางภาคตะวันออกของกัมพูชา มีพื้นที่กว่า 6,250,000 ไร่ ซึ่ง
ครอบคลุมพื้นที่ป่าหลายประเภท ซึ่งกล่าวได้ว่าการเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ในครั้งนี้ ก็เท่ากับเป็นการอนุรักษ์เสือโคร่งอินโดจีนด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการเพิ่มรายได้ด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้กับชุมชนด้วย จากการศึกษาวิจัยในพื้นที่ดังกล่าวพบว่า เสือโคร่งเริ่มกลับเขา้ มาอาศัยหากินในพื้นที่อนุรักษ์นี้ นอกจากนี้ WWF ร่วมกับหน่วยงานรัฐ ในการหาแนวทางการจัดการพื้นที่ป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การบังคับใช้กฎหมาย เพื่อลดปัญหาการล่าสัตว์ป่า และการค้าซากสัตว์ป่า และการใช้เก็บหาของป่าที่ผิดกฎหมาย
การอนุรักษ์เสือโคร่งในประเทศไทย
เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับการกล่าวถึงในระดับโลกว่า เป็นจุดสำคัญที่มีการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้เนื่องจากภูมิภาคนี้ มีทรัพยากรชีวภาพที่อุดสมบูรณ์ มีระบบการขนส่งระหว่างประเทศที่เชื่อมต่อถึงกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมถึงสะดวกต่อการขนถ่ายซากสัตว์ป่าที่ผิดกฏหมายด้วย ดังนั้นเพื่อลดปัญหาการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จึงได้มีการคิดริเริ่ม จัดตั้งเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมายในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN-WEN: ASEAN WildlifeEnforcement Network) เพื่อให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่าในภูมิภาคอาเซียน
จากแนวคิดของ ASEAN-WEN สู่ THAILAND-WEN WWF ประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผลักดันให้เกิดเครือข่ายของคนทำงานที่เกี่ยวข้องกับการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย หรือที่รู้จักกันในชื่อของ THAILAND-WEN ขึ้นในปี 2552โดยรวมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าและพืชป่า เพื่อรับทราบถึงปัญหา
ดังกล่าว รวมถึงหาแนวทางในการประสานความร่วมมือในการดำเนินงาน และแก้ไขปัญหาการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมายร่วมกัน โดยจัดตั้งเป็นเครือข่ายค่าย THAILAND-WEN ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งการดำเนินงานในครั้งนี้ก็เป็นอีกช่วงทางหนึ่งในการอนุรักษ์เสือโคร่ง ไม่ให้ถูกล่า
งานวิจัยเสือ สู่ การอนุรักษ์ ที่กุยบุรี
WWF ประเทศไทย และอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้ดำเนินโครงการวิจัยเพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่งในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 จากการสำรวจพบว่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีมีประชากรเสือโคร่งประมาณ 10 ตัว และสาเหตุหลักของการลดลงของประชากรเสือโคร่ง คือ สัตว์ที่เป็นเหยื่อของเสือโคร่งมีน้อยและสาเหตุจากการล่า จากความจริงที่ปรากฎ ทำให้ WWF ประเทศไทย เร่งดำเนินการอนุรักษ์เสือโคร่งในพื้นที่แห่งนี้ ผ่านการดำเนินงานหลายๆ ด้าน อาทิ สนับสนุนการออกลาดตะเวนตรวจป่าร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชาวบ้าน สนับสนุนให้เกิดการปลูกสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์เสือโคร่ง โดยเริ่มต้นพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น“การฟื้นฟูระบบนิเวศเพื่อเสือโคร่ง” เพื่อนำเรื่องของเสือโคร่งเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ของโรงเรียน และเริ่มบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการอนุรักษ์ให้กับเด็กและเยาวชน ข้อมูลล่าสุดพบว่าประชากรเสือโคร่งน่าจะเพิ่มขึ้น เพราะนักวิจัยสามารถถ่ายภาพ เสือโคร่งแม่ลูกที่อาศัยอยู่ในป่าแหล่งนี้
![]() |
![]() |
Reported by Natsupa Dechapanya
The material featured in this article is subjet to copyright protection and is protected by the Copyright Laws. A copyrighted work may not be copied, reproduced, distributed or publicly displayed without the consent of the author or copyright owner. Any unauthorized use of this website or any of its contents, in whole or in part, shall be considered copyright infringement. It is illegal for anyone to violate any of the rights provided by the copyright laws to the owner of this copyright.


















